← กลับไปยังหมวดหมู่

ชุดกี๋น้ำชาไทยโบราณ

ศิลปะจากจีน สู่ วัฒนธรรมไทย

รายละเอียด

**ความเป็นมาและความนิยมของชุดเครื่องชาในไทย**

เครื่องถ้วยและธรรมเนียมการดื่มชาของไทยมีรากฐานมาจากประเทศจีน ซึ่งผลิตเครื่องถ้วยมาตั้งแต่สมัยราชวงศ์ฮั่น ก่อนพัฒนาการผลิตจนมีชื่อเสียงและส่งออกไปยังประเทศต่าง ๆ รวมถึงสยาม เครื่องถ้วยจีนเข้ามาในไทยผ่านการค้าขายตั้งแต่สมัยโบราณ ส่วนธรรมเนียมการใช้ปั้นชาชงชาได้รับอิทธิพลจากชาวจีนแต้จิ๋วและฮกเกี้ยนที่เข้ามาค้าขายตั้งแต่สมัยอยุธยา จึงค่อย ๆ แพร่หลายจากชุมชนชาวจีนสู่สังคมไทย ทั้งนี้ ไม่ปรากฏปีที่เริ่มนำชุดเครื่องชาเข้ามาอย่างแน่นอน

ชาวจีนแต้จิ๋วและฮกเกี้ยนนิยมชงชาด้วยปั้นขนาดเล็ก แล้วรินลงในถ้วยเล็กที่เรียกว่า “ถ้วยตวง” เพื่อดื่มและชิมรสทีละน้อย ต่างจากชาวจีนบางกลุ่มที่ใส่ใบชาและน้ำร้อนในถ้วยชงที่มีฝาแล้วดื่มจากถ้วยโดยตรง ปั้นชาที่มีชื่อเสียงผลิตจากเมืองงี่เฮงในมณฑลเกียงซู ประเทศจีน ใช้ดินเนื้อละเอียดผสมและเผาจนแข็ง มีสีและรูปทรงหลายชนิด คุณภาพขึ้นอยู่กับเนื้อดินและฝีมือช่าง ผู้ดื่มชายังเชื่อว่าปั้นที่ใช้ชงชามานานช่วยให้ชามีรสดีขึ้น จึงให้ความสำคัญกับการเลือกใช้และเก็บรักษาปั้นชา

ในไทย เครื่องชาเป็นทั้งภาชนะใช้สอยและของสะสม โดยเฉพาะในราชสำนักและหมู่ผู้มีกำลังทรัพย์ที่สามารถสั่งทำหรือเสาะหาของประณีตได้ ความนิยมเห็นได้ชัดในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น มีทั้งปั้นที่จีนออกแบบเอง เรียกว่า “ปั้นจีน” และปั้นที่ไทยออกแบบแล้วสั่งผลิตในจีน เรียกว่า “ปั้นไทย” หรือ “ปั้นอย่าง” ในรัชกาลที่ ๒ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยทรงออกแบบปั้นและสั่งผลิตหลายรูปแบบ ปั้นในรัชกาลนี้ได้รับการยกย่องด้านรูปทรงและเนื้อดิน ต่อมาจึงเป็นที่ต้องการของนักสะสม ส่วนคนไทยนิยมตกแต่งปั้นด้วยการขัดผิวให้เงาและเลี่ยมขอบด้วยทอง เงิน หรือทองเหลือง

การจัดชุดเครื่องชาของไทยพัฒนาจากแบบจีน โดยนำปั้นและถ้วยมาจัดรวมในถาดเดียวกัน พร้อมเลือกภาชนะให้สวยงามเข้าชุด รูปแบบที่นิยม ได้แก่ “ปั้นหน่วยถ้วยใบ” ซึ่งจัดปั้นคู่กับถ้วยชง แบบปั้นร่วมกับถ้วยตวง ๔ ใบ และ “เครื่องอานม้า” ที่มีภาชนะรองปั้นคล้ายอานม้า ต่อมามี “ชุดจีน” ซึ่งภาชนะมีรูปแบบและลวดลายเดียวกัน และ “เครื่องญวน” ที่ใช้ถาดไม้สลักหรือประดับมุก ครั้นถึงรัชกาลที่ ๕ มีการจัดชุดเพิ่มเติม เช่น ชุดปั้นคู่ถ้วย ๔ เครื่องโถคู่ และชุดดาวล้อมเดือนที่ตั้งปั้นกลางถาดแล้วล้อมด้วยถ้วยมีฝา ๘ ใบ

ชุดเครื่องชาจึงสะท้อนทั้งวิถีการดื่มชา ความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างไทยกับจีน และรสนิยมของผู้ใช้ จากธรรมเนียมที่แพร่เข้ามาพร้อมชาวจีน ได้รับการปรับรูปแบบและตกแต่งตามความนิยมของไทย จนกลายเป็นงานศิลปกรรมและของสะสมที่มีคุณค่าควบคู่กับประโยชน์ใช้สอย